ติดโซลาร์กี่ kW ดี 2569? เลือกขนาดจากบิลค่าไฟ (สูตร + ตารางทิศ × kW)

อัปเดต: พฤษภาคม 2569 · อ่าน 8 นาที

หนึ่งในคำถามสำคัญที่สุดก่อนติดโซลาร์คือ "ควรติดกี่ kW?" ติดน้อยไปก็ไม่คุ้ม ติดมากไปก็เสียเงินเกินจำเป็นและไฟส่วนเกินจะสูญเปล่าเพราะประเทศไทยปัจจุบันยังไม่มี Net Metering สำหรับบ้านพักอาศัย บทความนี้จะให้ 4 วิธีคำนวณ ขนาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบ้านคุณ พร้อมตัวอย่างเคสจริง 3 ขนาด (3/5/10 kWp) และตารางทิศ × kW ที่ใช้คำนวณจริงได้

คำตอบ 30 วินาที: สูตรลัดคือ ค่าไฟเฉลี่ย (บาท) ÷ 1,000 = ขนาดโซลาร์ (kWp) เช่น ค่าไฟ 5,000 บาท → 5 kWp สูตรนี้ใช้กับบ้านที่ใช้ไฟกลางวัน 60–70% บ้านที่ออกไปทำงานทั้งคู่ ลดเหลือ 50–60% ของสูตรลัด สำหรับบ้านมาตรฐาน 5 kWp ราคา 150,000 บาท ครอบคลุม 90% ของบ้านที่จ่ายค่าไฟ 4,000–5,500 บาท/เดือน
หัวข้อในบทความ

สูตรคำนวณขนาดโซลาร์เบื้องต้น

ขนาดที่เหมาะสมขึ้นกับ 4 ปัจจัย: ค่าไฟต่อเดือน, พฤติกรรมการใช้ไฟกลางวัน, ทิศหลังคา, และพื้นที่หลังคา ที่ว่าง สูตรลัดด้านล่างใช้ค่าไฟเป็นจุดเริ่มต้น แล้วปรับตามปัจจัยอื่น:

สูตรลัด: ขนาดโซลาร์ (kWp) ≈ ค่าไฟเฉลี่ย (บาท) ÷ 1,000

ตัวอย่าง: ค่าไฟ 4,000 บาท/เดือน → ติดประมาณ 4 kWp

สูตรนี้เป็นค่าประมาณสำหรับบ้านที่ใช้ไฟกลางวัน 60–70% เหมาะสำหรับเริ่มต้นประเมิน แต่ต้องปรับตามปัจจัยอื่นด้านล่าง:

ปรับลดถ้า:

ปรับเพิ่มถ้า:

ตารางเปรียบเทียบขนาดโซลาร์ปี 2569

ขนาดจำนวนแผง (540W)พื้นที่หลังคาผลิตไฟ/เดือนเหมาะกับค่าไฟราคาโดยประมาณ
3 kWp6 แผง~18 ตร.ม.~360 หน่วย2,000–3,000 บาท75,000–105,000
5 kWp10 แผง~30 ตร.ม.~600 หน่วย3,000–5,000 บาท125,000–175,000
8 kWp15 แผง~45 ตร.ม.~960 หน่วย5,000–8,000 บาท200,000–280,000
10 kWp19 แผง~57 ตร.ม.~1,200 หน่วย8,000–12,000 บาท250,000–350,000

ผลิตไฟต่อเดือนคำนวณจากค่าเฉลี่ยของไทย คือ 1 kWp ผลิตประมาณ 120 หน่วย/เดือน หรือ 1,400 หน่วย/ปี สำหรับหลังคาทิศใต้ที่ไม่มีเงาบัง ตัวเลขนี้รวมความผันผวนระหว่างหน้าฝนและหน้าแล้ง

ขนาดไหนเหมาะกับบ้านคุณ?

เครื่องคำนวณจะแนะนำขนาด kWp จากค่าไฟ จำนวนแอร์ และทิศหลังคาในแบบเฉพาะตัว

คำนวณขนาดฟรี →

ตารางทิศ × kW: ผลิตไฟจริงต่อเดือน

ทิศหลังคามีผลโดยตรงต่อปริมาณไฟที่ผลิตได้ ตารางนี้แสดงผลผลิตจริง (หน่วย/เดือน) ตามทิศหลังคาและขนาดระบบ:

ขนาดระบบทิศใต้ (100%)ทิศตะวันตก (~92%)ทิศตะวันออก (~90%)ทิศเหนือ (~75%)
3 kWp360 หน่วย331 หน่วย324 หน่วย270 หน่วย
5 kWp600 หน่วย552 หน่วย540 หน่วย450 หน่วย
8 kWp960 หน่วย883 หน่วย864 หน่วย720 หน่วย
10 kWp1,200 หน่วย1,104 หน่วย1,080 หน่วย900 หน่วย

ทิศตะวันตกและทิศตะวันออกผลิตไฟใกล้เคียงกัน แต่มีลักษณะการผลิตต่างกัน: ทิศตะวันตกผลิตไฟมากช่วงบ่าย-เย็น (ดีสำหรับบ้านที่มีคนกลับมาบ่ายแก่ ๆ และเปิดแอร์ก่อนเย็น) ทิศตะวันออกผลิตช่วงเช้า-เที่ยง (ดีสำหรับบ้านที่มีคนอยู่บ้านตอนเช้า) ทิศใต้ผลิตเฉลี่ยตลอดวัน

เคล็ดลับสำหรับบ้านที่มีหลังคา 2 ทิศ

ถ้าบ้านมีหลังคาทั้งทิศตะวันออกและตะวันตก ลองแบ่งติดทั้ง 2 ทิศ จะได้ "กราฟผลิตไฟแบบกระจาย" คือผลิตได้ตั้งแต่เช้า 7 โมงถึงเย็น 6 โมง รวมประมาณ 11 ชั่วโมง แทนการกระจุกอยู่กลางวัน วิธีนี้ทำให้ Self-consumption Rate สูงขึ้น 5–10% เพราะมีไฟใช้ในชั่วโมงที่บ้านใช้ไฟจริงมากกว่า

คำนวณจากพื้นที่หลังคาที่ว่าง

แผงโซลาร์ขนาดมาตรฐาน 540W มีขนาดประมาณ 2.3 × 1.1 เมตร = 2.5 ตร.ม. รวมระยะห่างระหว่างแผงและขอบหลังคา

พื้นที่หลังคาจำนวนแผงสูงสุดขนาดระบบ
15–20 ตร.ม.6–8 แผง3–4 kWp
25–35 ตร.ม.10–14 แผง5–7 kWp
40–50 ตร.ม.15–20 แผง8–10 kWp
50+ ตร.ม.20+ แผง10+ kWp

สิ่งที่ต้องคำนึง

ขีดจำกัดของมิเตอร์ไฟฟ้า

ขนาดโซลาร์ต้องไม่เกินพิกัดมิเตอร์ตามประกาศของ MEA/PEA:

ขนาดมิเตอร์โซลาร์สูงสุด
5(15)A — 1 เฟส5 kWp
15(45)A — 1 เฟส5 kWp
15(45)A — 3 เฟส10 kWp
30(100)A — 3 เฟส15–20 kWp
50(150)A — 3 เฟส20–25 kWp
สำคัญ: ถ้าต้องการติดโซลาร์เกิน 5 kWp แต่มิเตอร์เป็น 1 เฟส จะต้องอัพเกรดเป็นมิเตอร์ 3 เฟสก่อน ค่าใช้จ่ายเพิ่ม 5,000–15,000 บาท ใช้เวลาดำเนินการ 2–4 สัปดาห์ และอาจต้องเดินสายภายในบ้านใหม่ถ้าเดิมเป็น 1 เฟสทั้งหมด ตรวจสอบกับการไฟฟ้าก่อนตัดสินใจขนาดระบบ

เคสจริง 3 ขนาด: ผลตอบแทนต่างกันอย่างไร?

เคส 3 kWp: ทาวน์โฮม 2 ชั้น (ค่าไฟ 3,000 บาท/เดือน)

ครอบครัวเล็ก 2 คน ออกไปทำงาน หลังคาทิศตะวันตก พื้นที่หลังคาจำกัด

ข้อสังเกต: ROI ต่ำเพราะใช้ไฟกลางวันน้อย การติด 3 kWp ในกรณีนี้เกือบไม่คุ้ม ทางเลือกที่ดีกว่าคือเปลี่ยนเป็น TOU (ลงทุน 5,000 บาท คืนทุน 1.5 ปี) หรือพยายามย้ายการใช้ไฟหนัก ๆ มากลางวัน

เคส 5 kWp: บ้านเดี่ยวมาตรฐาน (ค่าไฟ 5,000 บาท/เดือน)

ครอบครัว 4 คน WFH 1–2 คน เปิดแอร์ตลอดวัน หลังคาทิศใต้

ข้อสังเกต: ขนาด "Sweet Spot" ของบ้านพักอาศัยไทย ROI ดี ราคาที่ตลาดเข้าถึงได้ และไม่ติดข้อจำกัดมิเตอร์ 1 เฟส 15(45)A เปลี่ยนเป็น TOU เพิ่มจะลดคืนทุนเหลือ 5.2 ปี และเพิ่ม ROI เป็น 19.5%/ปี

เคส 10 kWp: บ้านใหญ่ + EV (ค่าไฟ 10,000 บาท/เดือน)

บ้าน 3 ชั้น 5 คน เปิดแอร์ 4 เครื่อง สระว่ายน้ำ มีรถ EV หลังคาทิศใต้

ข้อสังเกต: ROI ลดลงเล็กน้อยเพราะ Self-consumption Rate ต่ำลง (ไฟผลิตได้มากกว่าใช้กลางวันได้ทัน) ทางเลือกที่เพิ่ม ROI: (1) ตั้งให้ชาร์จ EV กลางวัน (2) ติดแบตเตอรี่กักเก็บ 5 kWh เพื่อใช้กลางคืน (3) เปลี่ยนเป็น TOU

อย่าติดใหญ่เกินไป (เหตุผลและตัวเลขจริง)

ระบบ On-Grid ในไทยปัจจุบันยังไม่มี Net Metering สำหรับบ้านพักอาศัย ไฟส่วนเกินที่ไหลย้อนเข้ากริดได้ค่าตอบแทนเพียง 2.20 บาท/หน่วย (จากโครงการ Solar ภาคประชาชน) ในขณะที่ราคาซื้อจากการไฟฟ้าอยู่ที่ 4.42 บาท/หน่วย ดังนั้นทุกหน่วยที่ขายคืนสูญเสียมูลค่าครึ่งหนึ่ง

ตัวอย่าง: ติดเกินขนาด ESCROW เปลี่ยนเป็นความสูญเสีย

บ้านค่าไฟ 5,000 บาท/เดือน (ใช้ไฟ ~1,200 หน่วย) มีคนอยู่บ้านครึ่งวัน ใช้กลางวัน 50% (ใช้ได้ 600 หน่วย/เดือน):

เห็นได้ว่า ติด 5 kWp ROI สูงสุด (21.6%) แม้รายรับรวมต่อเดือนจะน้อยกว่าติดใหญ่กว่า เพราะเงินลงทุนเพิ่มเร็วกว่ารายรับเพิ่ม การเลือกขนาดที่เหมาะสม "พอดี" จึงสำคัญกว่าการ "พยายามครอบคลุมค่าไฟทั้งหมด"

หลักคิดที่ดี: ติดให้ผลิตไฟพอดีกับที่ใช้ช่วงกลางวัน ไม่ต้องพยายามครอบคลุมค่าไฟทั้งหมด เพราะตอนกลางคืนโซลาร์ไม่ผลิตไฟอยู่แล้ว และไฟส่วนเกินขายคืนได้ราคาต่ำมาก

สรุป

ขนาดโซลาร์ที่เหมาะสมที่สุดคือขนาดที่ผลิตไฟใกล้เคียงกับที่ใช้ช่วงกลางวัน ไม่ใช่ขนาดที่ครอบคลุมค่าไฟทั้งหมด ใช้สูตรลัด "ค่าไฟ ÷ 1,000" เป็นจุดเริ่มต้น แล้วปรับตามพฤติกรรมการใช้ไฟ ทิศหลังคา และพื้นที่ที่ว่าง สำหรับบ้านส่วนใหญ่ในไทย 5 kWp คือขนาด Sweet Spot ที่ ROI ดีและไม่ติดข้อจำกัดมิเตอร์ ก่อนตัดสินใจ ตรวจสอบกับบทความ ROIเพื่อประเมินคืนทุนจริง

คำนวณขนาดโซลาร์ที่เหมาะกับบ้านคุณ

กรอกค่าไฟ จำนวนแอร์ ทิศหลังคา — ระบบจะแนะนำขนาด kWp ที่คุ้มค่าที่สุดและคำนวณ ROI พร้อมเปรียบเทียบ TOU

คำนวณเลย — ฟรี

คำถามที่พบบ่อย

ค่าไฟเท่าไหร่ ติดโซลาร์กี่ kW?

สูตรลัดคือ ค่าไฟเฉลี่ย (บาท) ÷ 1,000 = ขนาดโซลาร์ (kWp) เช่น ค่าไฟ 3,000 บาทเหมาะกับ 3 kWp, 5,000 บาทเหมาะกับ 5 kWp, 10,000 บาทเหมาะกับ 10 kWp สูตรนี้ใช้กับบ้านที่ใช้ไฟกลางวัน 60-70% บ้านที่ใช้ไฟกลางวันน้อย ควรลดขนาดลง 30-40%

ติดโซลาร์ 5 kW ราคาเท่าไหร่ในปี 2569?

ระบบโซลาร์ On-Grid 5 kWp สำหรับบ้านพักอาศัยปี 2569 ราคาประมาณ 125,000-175,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อแผง (Tier 1 vs Tier 2) อินเวอร์เตอร์ และคุณภาพโครงสร้างยึด ราคาเฉลี่ยตลาดอยู่ที่ ~150,000 บาท ผลิตไฟได้ประมาณ 600 หน่วย/เดือน หรือ 7,000 หน่วย/ปี

พื้นที่หลังคาเท่าไหร่ ใส่โซลาร์ได้กี่ kW?

แผงโซลาร์ขนาดมาตรฐาน 540W ใช้พื้นที่ประมาณ 2.5 ตร.ม./แผง รวมระยะห่าง 3 kWp ใช้พื้นที่ ~18 ตร.ม. (6 แผง), 5 kWp ใช้ ~30 ตร.ม. (10 แผง), 10 kWp ใช้ ~57 ตร.ม. (19 แผง) ตัวเลขนี้คือพื้นที่ที่ไม่มีเงาบังในช่วง 9:00-15:00

หลังคาทิศเหนือติดโซลาร์ได้ไหม?

ติดได้ แต่ผลิตไฟได้น้อยกว่าทิศใต้ 20-25% หากต้องการให้ผลิตไฟเท่ากัน ต้องติดแผงเพิ่ม 25-30% ซึ่งทำให้ราคาเพิ่ม และคืนทุนช้าลง 1-2 ปี ถ้ามีหลังคาทิศใต้/ตะวันตก/ตะวันออกบางส่วน ควรเลือกทิศเหล่านั้นก่อน ทิศเหนือเป็นทางเลือกสุดท้าย

ทำไมไม่ควรติดโซลาร์ใหญ่กว่าค่าไฟ?

เพราะระบบ On-Grid ในไทยปี 2569 ยังไม่มี Net Metering สำหรับบ้านพักอาศัย ไฟส่วนเกินที่ไหลย้อนเข้ากริดได้ค่าตอบแทนเพียง ~2.20 บาท/หน่วย จากโครงการ Solar ภาคประชาชน ในขณะที่ราคาซื้อจากการไฟฟ้าอยู่ที่ 4.42 บาท/หน่วย การติดใหญ่เกินจึงสูญเสียมูลค่าครึ่งหนึ่งทุกหน่วยที่เหลือ

มิเตอร์ 1 เฟส ติดโซลาร์ได้สูงสุดกี่ kW?

มิเตอร์ 1 เฟส 15(45)A ติดโซลาร์ได้สูงสุด 5 kWp ตามประกาศของ MEA/PEA หากต้องการระบบใหญ่กว่านี้ ต้องอัพเกรดเป็นมิเตอร์ 3 เฟสก่อน มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 5,000-15,000 บาท หรือเลือกติด 5 kWp ตามขีดจำกัดของมิเตอร์เดิม

บ้านไม่อยู่กลางวัน ควรติดโซลาร์ไหม?

ควรพิจารณา 2 ทางเลือก (1) ติดโซลาร์ขนาดเล็ก 2-3 kWp ครอบคลุมแค่ base load (ตู้เย็น, ปั๊มน้ำ, standby) คืนทุน 7-9 ปี (2) เปลี่ยนเป็นมิเตอร์ TOU ก่อน เพราะถูกกว่ามากและคืนทุนเร็ว ถ้าใน 5-10 ปีข้างหน้า Net Metering เปิดให้บ้านได้ ค่อยติดโซลาร์ขนาดเต็ม

หลังคาเรียบ (ดาดฟ้า) ติดโซลาร์ได้ไหม?

ติดได้ ต้องติดโครงเอียงเพิ่มให้ได้มุม 10-15 องศา หันทิศใต้ ค่าโครงสร้างเสริมเพิ่มประมาณ 1,500-3,000 บาท/kWp หลังคาเรียบมีข้อดีคือบำรุงรักษาแผงได้ง่าย ทำความสะอาดสะดวก และเลือกทิศได้อิสระไม่ต้องตามหลังคา